posted on 28 Sep 2008 10:54 by cartoon-zaiki in FicPararell
ตอนที่ 2 : การต่อสู้ในตลาด และความจริงของเวทย์มนต์
*หลังจากนั้นจะยังไม่มีเบื้องหลัง จนกว่าทั้งหมดจะแยกย้ายกันไป ดังนั้นขอตัดตอนครับ*
...หลังจากที่ลูคัสผละออกไปแล้ว...
“สัญญา...อย่างนั้นเหรอ”ลูน่ามองตามหลังลูคัสที่วิ่งจากไปด้วยสายตาเศร้าๆ
“ตอบไปแล้วงั้นเหรอ ท่านลูน่า”
“อืม”ลูน่ารับคำ
“ขอบคุณนะ ที่ยอมตกลงน่ะ”เสียงนั้นว่า
“ไม่เป็นไรหรอก คิงวิลเลี่ยม”
วูบ...
สิ้นเสียงเรียก ร่างโปร่งแสงของอดีตคิงแห่งเวนอล วิลเลี่ยม โบแด็งค์ ก็โผล่ออกมาจากอากาศ
“ไม่เป็นไรหรอก...ไม่ว่ายังไงนั่นก็เป็นหลานแท้ๆของเราเสียด้วย”ลูน่าถอนหายใจ
“และยังเป็นการทำเพื่อเด็กสองคนนั้นอีก คิดยังไงก็มีแต่ได้ทั้งนั้น”ลูน่าว่า
“ข้า...แค่อยากรับผิดชอบที่ทำให้ชะตาของชาเบรียนกับวิเวียนกลายเป็นอย่างนั้น...ก็เท่านั้นเอง”วิลเลี่ยมหลุบตาลงต่ำ
“ชะตาของคนที่ต้องรับภาระต่อจากนายสินะ”ลูน่ายิ้มพราย
“ข้าแค่ไม่อยากให้ลูกของตัวเองเจออดีตซ้ำรอยเท่านั้น”วิลเลี่ยมว่า
“นั่นสินะ...ความรักมันเป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้มาตั้งแต่อดีตกาลอยู่แล้ว”ลูน่าเงยหน้ามองท้องฟ้านอกหน้าต่าง
“แต่การจะให้หลานเรามารับภาระแทนนั้นก็เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเหมือนกันนะ วิลเลี่ยม”ลูน่าหันมาทางวิลเลี่ยม
“กระหม่อมเองก็ทราบดี แต่หากชาเบรียนกลับสู่ฐานะที่แท้จริงเมื่อไหร่ ก็หมายความว่าวิเวียนจะหลุดพ้นจากภาระแห่งจักรพรรดินีทันที นางจะได้...เป็นอิสระอย่างที่นางควรจะได้รับเสียที”
“แล้วเจ้าก็จะให้ชาเบรียนขึ้นเป็นจักรพรรดิของเวนอล ส่วนทริสทอร์ก็จะยกให้หลานชายของเราขึ้นปกครองแทน เพื่อตัดปัญหาการแย่งรัชทายาทสินะ”ลูน่าเสริม
“ก็แบบเดียวกับที่เอวิเดสและเซฟิวรอธใช้ล่ะครับ...หาตัวแทนรัชทายาทมาแทนที่”วิลเลี่ยมเอ่ย
คนที่วิลเลี่ยมพูดถึงนั้น ก็คือเฟรเซีย ที่จะต้องสืบทอดฉายา “ธิดาแห่งความมืด” แทนเฟริน ที่ [ในอนาคต] จะต้องไปเป็นราชินีแห่งคาโนวาล และครูเอล ที่มาแทนที่วินเซนต์ในการเป็น “ราชายมฑูต” เพราะหากคิดกันจริงๆ ทั้งอายุหรือฝีมือ คนที่น่าจะได้รับตำแหน่ง “ราชายมฑูต” ตัวเก็งคนแรกๆเลยก็คือวินเซนต์ เพราะขนาดว่าฮาเดสและครูเอลเป็นฝาแฝดกัน สามารถยืมพลังของอีกคนมาใช้ได้ แต่หากต้องสู้กับวินเซนต์จริงๆก็ไม่แน่ว่าจะชนะ ในเมื่อวินเซนต์เป็นผู้ได้รับการยอมรับจาก “ดาบทลายจิต” ดาบมนตราพิเศษที่มีไว้เพื่อตำแหน่งของ “ลูซิเฟอร์” เท่านั้น
แต่ในเมื่อเซฟิวรอธกลับไม่ยอมใช้ “ดาบทลายจิต” แต่กลับใช้ดาบประจำตัวของตัวเอง หรือ “ดาบดับภพ” แทน ทำให้ดาบทลายจิตจำต้องเลือกเจ้าของใหม่ ซึ่งก็คือวินเซนต์ แทนที่จะเป็นฮาเดส หรือครูเอล
นอกจากเฟรเซีย และครูเอล ที่ต้องมาเป็นผู้รับภาระแทนแล้ว วิลเลี่ยมเองก็ไม่ต้องการจะให้เกิดสงครามชิงตัว ชาเบรียน บุตรชายของตน ที่เป็นรัชทายาททั้งของทริสทอร์ และของเวนอล ดังนั้นจึงคิดจะให้ลูคัส ที่เป็นหลานแท้ๆของราชินีลูน่า ขึ้นเป็นกษัตริย์ของทริสทอร์แทน นั่นก็เพื่อย้ายชาเบรียนให้กลับไปเป็นจักรพรรดิ์ของเวนอลเต็มตัว และยังเป็นการปลดปล่อยวิเวียน ลูกสาวคนเล็ก จากพันธนาการที่ชื่อว่า “หน้าที่” และ “ศักดิ์ฐานะ” อีกด้วย
“สงสารลูคัสจริงๆ”ลูน่าพูดแบบไม่ใส่ใจ เพราะรู้ว่าตัวลูคัสนั้น ได้ทำการตกลงกับวิลเลี่ยมเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างลับๆ โดยไม่ได้บอกให้ชาเบรียนหรือใครฟังเลย ทำให้จนตอนนี้ทั้งวิเวียนและชาเบรียนต่างก็ยังกังวลอยู่ โดยไม่รู้เลยว่าบิดาแท้ๆของตนเองจะจัดการทุกอย่างให้ลงล็อคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“แต่มันเป็นทางออกที่ดีที่สุดกับทุกฝ่าย”วิลเลี่ยมว่า เพราะกับตัวลูคัสเอง ก็ ถือว่าได้รับผลดีเช่นกัน หากเขาต้องเป็นรัชทายาทแห่งทริสทอร์จริงๆ เพราะอะไรน่ะเหรอ...
...ก็เพราะนักบวชคนนั้นยังไงล่ะ!!!...
“คนที่น่าสงสารน่ะ มันเป็นอีกคนต่างหาก”ทั้งลูน่าและวิลเลี่ยมพูดออกมาพร้อมๆกัน
- ตัดมาทางด้านนอกกันบ้าง -
- ทางด้านราเอล -
ฟิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“เสียงนั่น...ด้ายฝนพรำของเด็กคนนั้นนี่นา”ราเอลผุดลุกขึ้นยืนอย่างตกตะลึง
“ไมออสมัวไปทำอะไรอยู่นะ ปล่อยให้เด็กคนนั้นก่อเรื่องจนได้สิน่า”ราเอลบ่นอุบอิบ
......คนรึอุตส่าห์มอบหมายงานให้คอยติดตามรีเนลในฐานะของ “เพื่อน” เพื่อเป็นการลอบสืบข่าวของเด็กคนนั้นไปในตัวแท้ๆ......
วิ้ง!
ราเอลรู้สึกได้ถึงไอเวทย์ของคนที่กำลังบ่นถึงพอดิบพอดี
‘ท่านราเอล ขออภัยครับ!’
“คลาดกับรีเนลสินะ”ราเอลถาม
‘เอ่อ...ครับ’
“แย่จริงๆ”ราเอลถอนหายใจ “งั้นก็ใช้เวทย์ติดตามตัว หารีเนลให้เจอ เร็วๆด้วยล่ะ”
......งั้นอย่างน้อยต้องล่อความสนใจจากพวกยมฑูตก่อนสินะ......ราเอลฉุกคิดได้ว่าหากไมออสใช้เวทย์สืบหาตัวแม่โจรสาวจอมก่อเรื่องเข้า พวกยมฑูตอาจจะจับเค้าไอพลังเฮฟเว่นได้
......ไม่สิ...จับได้แหละดี......ราเอลยิ้มนิดๆ
“จะได้หาตัว “คนส่งของ” ไปในตัวเลย หึๆๆ”
วู้ม!!!!!
ราเอลปลดพลังออก ทำให้ไอเฮฟเว่นกระจายไปทั่ว ไอเวทย์ที่รุนแรงของราเอลย่อมกลบพลังเค้าไอที่ไมออสใช้ตามหาตัวของรีเนลจนสิ้น แม้ขนาดฮาเดสหรือครูเอลจะมาเองก็ยังจับสัมผัสของไมออสไม่ได้แน่นอน
“ทีนี้ก็นั่งรอสินะ”ราเอลนั่งลงบนปล่องไฟ และรอ...
...รอยมฑูตบางคนที่จับเค้าไอได้จะมาหาเขา...มาเพื่อส่งเพลิงวิญญาณนี้ไป...
ฉัวะ!
“เฮ้ย จะเอาจริงง่ะ!”คิลกระโดดหลบ
“อยากมาพูดจาหาเรื่องชั้นก่อนเองทำไมล่ะ หา?”รีเนลตวาด
“ก็เธอผิดจริงๆมั๊ยเล่า!!!”คิลประท้วง
“ไม่รู้ ไม่สน!”รีเนลชี้นิ้วชี้ของเธอมาทางคิล
ฉัวะ!
“อาวุธอะไรวะเนี่ย มองแทบไม่เห็นแน่ะ!”คิลกระโดดหลบไปๆมาๆ
“นี่มัน...ด้ายค่ะคุณคิล!”เรนอนกลับมองเห็น เพราะหัวขโมยสาวไม่ได้เล็งเล่นงานเธอ เรนอนจึงมีสมาธิมากกว่าคิลที่ต้องหลบไปหลบมา
“ด้าย?”
“ค่ะ ด้ายสีเขียวอมฟ้าผูกติดอยู่กับนิ้วของผู้หญิงคนนั้น แถมด้ายยังบางกว่าด้ายปรกติด้วยค่ะ”เรนอนมอง “คุณคิล ระวังข้างหลัง!!!”
“หวา!”คิลรีบเอามีดประจำตัวขึ้นกัน แต่ก็ลืมคิดไปเลยว่ามันคือด้าย ไม่ใช่อาวุธธรรมดา ดังนั้นเมื่อด้ายที่ตวัดมาด้วยความเร็วสูงขนาดนั้น เมื่อเจอกับมีด มันจึงตวัดตัวเองพันมีดไว้เสียหลายทบ
“ขอมีดนายให้ชั้นแล้วกัน นายหัวดำ!”รีเนลตวาด
วูบ
รีเนลเพียงแค่ตวัดข้อมือ ด้ายนั้นก็กระตุกมีดสั้นออกจากมือของคิลอย่างง่ายดาย
“วิ้ว...มีดดีนะเนี่ย ขายได้หลายตังค์แหง”รีเนลจดๆจ้องๆมองมีดในมือ
“เฮ้ย!”คิลว๊าก เพราะมีดนั่นมันมีดประจำตระกูลเขานะ!!!
“ทำไมวันนี้เจอแต่คนพกมีดดีๆทั้งนั้นเลยน้า โชคดีเป็นบ้า”รีเนลแสยะยิ้ม ก่อนจะเก็บมีดสั้นของคิลเข้ากระเป๋าตัวเอง
“เอาคืนมานะ!!!”คิลปามีดไปอีกหลายเล่ม
“ชิ”
ฟิ้วๆๆๆ
รีเนลสะบัดมืออีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ใช้แค่นิ้วเดียวอย่างเมื่อครู่ เธอกางนิ้วทั้งห้าออกพร้อมๆกัน เกิดเป็นวงห้าวงรอบๆร่างของเด็กสาว ตัดมีดสั้นที่พุ่งผ่านมันไปทั้งหมด
“ได้ของดีมาแล้ว งั้นจะไม่ออมมือล่ะนะ”รีเนลแสยะยิ้ม คราวนี้เธอกางฝ่ามือทั้งสองออก
“ม...ไม่ใช่แค่นิ้วเดียวค่ะคุณคิล!”เรนอนรีบบอก “เธอผูกด้ายแต่ละเส้นเข้ากับนิ้วของเธอเองทั้งหมดเลยค่ะ!!!”
“สรุปคือมีด้ายสิบเส้นสินะ”คิลตาวาว
“ยังจะสู้อีกเหรอ”รีเนลเอ่ย
“ชั้นมันคนชอบเรื่องสนุกๆแบบนี้อยู่แล้ว”คิลเอ่ย ก่อนที่ฝ่ามือทั้งสองของคิลจะมีสายฟ้าห่อหุ้มเอาไว้ ราวกับใส่ถุงมือไฟฟ้าทีเดียว
“อ้อ ใช้เวทย์สายฟ้างั้นเหรอ”รีเนลเอ่ย
“เข้ามาสิ ถ้าเธอกล้าพอ”คิลเอ่ยท้า
“คนอย่างรีเนลไม่มีคำว่ากลัวอยู่ในพจนานุกรมอยู่แล้ว”รีเนลรับคำท้าแทบจะในทันที
เปรี้ยง!!!
“เจอแล้ว!!!”ไมออสลืมตาขึ้น
......ไกลจากที่นี่ไปอีกแปดร้อยเมตร...ทางเดินตะวันตกของตลาด......
......ที่นั่น...นักฆ่าสายฟ้ากับหัวขโมยสาวกำลังสู้กันอยู่!!!......
“แถมนั่นมันยังเป็นคิลมัส ฟีลมัส เพื่อนของธิดาแห่งความมืดซะอีกแน่ะ อะไรจะซวยขนาดนี้!!!”ไมออสกุมขมับ
“แบบนี้ไม่ได้แผลก็ให้มันรู้ไปสิ แม่ตัวแสบเอ๊ย!!!!!”ไมออสว๊าก
......แล้วชั้นก็จะซวยเพราะพี่ชายเธอจะเล่นงาน!!!!!......
“งานของท่านราเอลจะสำเร็จได้เหรอวะแบบเนี้ย”ไมออสถอนหายใจ
แปะ...แปะ
ร่างทั้งสอง ตอนนี้ต่างต้องหยุดนิ่งอยู่กับที่แล้ว ด้วยเพราะต่างคนต่างไม่มีกำลังเหลือที่จะเดินต่อได้อีก
“เร็ว...เร็วดีเหมือนกันนี่”รีเนลกุมหน้าอกของตัวเองไว้แน่น เลือดซืมออกมาจากเสื้อสีขาวตัวนั้นจนแดงฉาน
เมื่อครู่นี้ แค่เพียงพริบตาเดียวคิลก็ไปโผล่ข้างหลังของร่างบางอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือจ้วงเข้ามาที่หัวใจของเธอด้วยความเร็วที่สูงมาก แต่ดีที่เธอใช้ด้ายห้าเส้นกั้นเป็นวงแหวนรอบๆตัวเอาไว้ ดังนั้นมือของคิลเลยโดนรัดด้วยด้ายแทน
ส่วนรีเนล พอรู้สึกตัวว่าคิลไปโผล่ที่ด้านหลังก็รีบหันกลับไป พอดีกับที่ฝ่ามือของคิลพุ่งเข้ามา คิลจึงพลาดตำแหน่งหัวใจไป และด้วยแรงดึงของด้าย ทำให้คิลไม่สามารถแทงทะลุได้อย่างที่ใจคิด แต่แผลที่เกิดขึ้นก็ลึกพอตัวเช่นกัน
จากนั้นรีเนลก็โต้กลับทันทีด้วยด้ายอีกห้าเส้นที่มือขวา ทำให้แก้มซ้ายของคิลเกิดรอยยาวราวกับโดนกรงเล็บของสัตว์ร้ายข่วนเอา จากนั้นทั้งสองก็เปิดศึกใหญ่ทันที
...และผลการต่อสู้...ก็เป็นอย่างที่เห็น...
คิลอยู่ในสภาพแย่พอตัว แขนทั้งสองมีรอบข่วนลึก ส่วนข้อมือขวาที่โดนด้ายรัดไว้ก็มีรอยแดงเพราะถูกรัดอย่างแรง และมีเศษด้ายที่ชุ่มไปด้วยเลือดติดอยู่นิดหน่อย กางเกงยีนส์ที่เจ้าตัวใส่มาขาดวิ่นจนขาข้างหนึ่งเหลือแค่ขาสามส่วน ส่วนอีกข้างก็ขาดไปราวกับเป็นแฟชั่นใหม่ [ทั้งที่จริงๆเจ้าตัวไม่ได้ต้องการเล้ยยยย]
แต่สภาพของคิล ก็ยังดีกว่ารีเนล เพราะดูก็รู้ว่าฝีมือของนักฆ่าย่อมเหนือกว่าหัวขโมยอยู่แล้ว แต่ในด้านความเร็วแล้ว ทั้งสองคนก็มีความเร็วไม่ด้อยไปกว่ากันนัก แต่กับรีเนลที่ฝีมือการต่อสู้น้อยกว่า เธอย่อมบาดเจ็บหนักกว่าคิลมากนัก เสื้อสีขาวโชกเลือดไปหมด จนแทบลืมไปแล้วว่ามันเป็นเสื้อขาว ผมสีฟ้าน้ำทะเลเปื้อนเลือด เพราะที่ด้านหลังของเธอเองก็โดนความร้อนจากสายฟ้าของคิลจนเป็นเนื้อไหม้เป็นแผลยาว
......รีเนล!!!......
“อ๊ะ!”รีเนลราวกับได้ยินเสียงใครบางคนเรียก จึงเงยหน้าขึ้นไปมอง
......ไมออส!......
‘รีบมาทางนี้ เร็ว!’ไมออสพูดโดยให้รีเนลอ่านริมฝีปากแทน
“ขยับ...ไม่ได้”รีเนลคราง
‘ชริ...ช่วยไม่ได้!!!’
“นายจะ...ทำอะไร...น่ะ”รีเนลพึมพำ แต่ทั้งคิลและเรนอนต่างไม่ได้ยินเสียง จึงได้เห็นราวกับว่ารีเนลกำลังพึมพำอะไรบางอย่างอยู่เท่านั้น
“ย้อน...รอย!!!”ไมออสชี้ไปทางคิล
วิ้ง!
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”คิลร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อจู่ๆบาดแผลทั้งหมดของรีเนล ก็ย้อนกลับมาเกิดกับร่างกายของเขาเอง
‘มานี่...เร็ว!!!’
“เอาล่ะ พ้นแล้ว...”
เพี๊ยะ!!!
“อุก!”ไมออสอ้าปากค้าง เมื่อรีเนลกลับต่อยเขาอย่างแรง
“นาย...ทำบ้าอะไร”รีเนลกัดฟันกรอด
“หา?”
“ชั้นถามว่านายทำบ้าอะไร ถึงได้ย้ายแผลของชั้นไปหานักฆ่านั่น หา!!!”
“แต่...แต่มันเป็นคนที่ทำท่านบาดเจ็บนะเจ้าหญิง”ไมออสเถียงเสียงอ่อย
“หุบปากนะ!”รีเนลตวาด “ตอนนี้ ชั้นเป็นใครกัน ไมออส?”
“...เอ่อ...”
“รีเนล โฮลีส อาชีพหัวขโมย ไม่ใช่ รีนาลีส เฮเวนเนียร์ เจ้าหญิงแห่งเฮฟเว่น เข้าใจมั๊ย”รีเนลพูดอย่างปวดร้าว “ชั้นหนีออกจากวัง เพราะอย่างนี้ไม่ใช่รึไง? นายยังคิดจะยัดตำแหน่งเจ้าหญิงให้ชั้นอีกเหรอ”
“กระหม่อม...ขออภัยครับ”ไมออสทำหน้าสลด
“อย่าทำแบบนั้นอีก ไมออส”รีเนลเอ่ย “ชั้นขอ...เป็นแค่คนธรรมดาๆที่ไม่มีภาระอะไรอีก...จะได้มั๊ย”
“ครับ”
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
posted on 28 Sep 2008 10:44 by cartoon-zaiki in FicPararell
ตอนที่ 1 : เรื่องยุ่งๆ ที่นครจันทรา
ซ่า...ซ่า
“ฮาเดสเป็นอะไรไปล่ะนี่”เอธิท...มารดาของสามหนุ่มตระกูลดีมอร์นิคเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมัว
“จะเรื่องอาไร๊ นอกจากเด็กที่ชื่อไอริสนั่นน่ะ”เซฟิวรอธคาบใบไม้ยาวๆใบหนึ่งไว้ในปาก พลางนอนเอนหลังลงกับเบาะ
“ไอริสน่ะเหรอ”เอธิทถามสามี
“ไม่ได้เห็นหน้ามาสองสามวันแล้วนี่ สงสัยคงแอบออกไปเที่ยวแหงๆ”เซฟิวรอธหันมามองหญิงสาวข้างตัว
“ก็ลูกเขาเล่นคุมจัดซะขนาดนั้น ไม่อึดอัดสิแปลก”เอธิทถอนหายใจ
“ก็น่าจะหวงอยู่หรอก”เซฟิวรอธเข้าข้างลูกชาย
“คุณก็เอาแต่ให้ท้ายลูก ดูซิแต่ละคนนิสัยยังไง ถอดแบบคุณมาซะขนาดนั้น”เอธิทเอ่ยเสียงเขียว
ใช่แล้ว...ทั้งนิสัยโหดร้าย ชอบทรมานศัตรูของฮาเดส นิสัยขี้เกียจเอาแต่นอนของวินเซนต์ และนิสัยเจ้าแผนการของครูเอล ล้วนเอามาจากเซฟิวรอธผู้เป็นบิดาทั้งนั้น ดีหน่อยที่ฮาเดสยังมีนิสัยอ่อนโยนในส่วนของมารดาอยู่บ้าง แม้จะเฉพาะกับบางคนเท่านั้น ส่วนครูเอลนั้นได้รับนิสัยอ่อนโยนของมารดาไปมาก แต่วินเซนต์นั้นเล่า...
...วันๆเอาแต่นอน...พอตื่นขึ้นมาแต่ละทีก็ทำคนอื่นวุ่นวายกันเป็นแถว...
......เก่งกาจจนน่ากลัว ทั้งพลังเวทย์ วิชาดาบ แผนการ ความคิดอ่าน......
.........นี่มันถอดแบบนิสัยของเซฟิวรอธมาชัดๆ!!!!!.........
เอธิทได้แต่เหนื่อยใจ เพราะคนที่วินเซนต์จะเอาใจใส่จริงๆคงมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละ น้อยยิ่งกว่าฮาเดสเสียอีก นอกจากนั้นแล้ววินเซนต์ก็แทบจะไม่เหลือบแล
“ข้าไม่ได้ให้ท้ายลูกซักหน่อยนะเอธิท”เซฟิวรอธเถียง
“ก็เห็นๆกันอยู่นี่คะคุณ ถึงคนอื่นจะมองว่าคุณน่ะเฉยเมยขนาดไหน แต่อย่าคิดนะว่าชั้นไม่รู้ว่าเวลาลูกเดือดร้อนขึ้นมาจริงๆคุณก็ยื่นมือไปช่วยทุกรอบ เรื่องคราวนี้ก็เหมือนกัน ลงทุนใช้ท่าลับ “คืนวิญญาณ” เลยไม่ใช่เหรอคะ”เอธิทประชด
“นั่นมันเพราะแพ้พนันกับไอ้วิลต่างหาก”เซฟิวรอธเถียง
“ขอเถอะค่ะ คนที่ชอบเอาพลังไปใช้ไม่บันยะบันยังอย่างคุณน่ะ มีเหรอจะไม่รู้ว่าเรื่องจะออกมาเป็นแบบไหน การพนันล่ะขอให้บอก ชอบโกงไปดูอนาคตมาก่อนแล้วก็เอามาพนัน แบบนั้นใครจะไปชนะคุณได้ล่ะคะ”เอธิทกุมขมับ “คุณจงใจแพ้พนันเองตั้งแต่แรก เพื่อจะได้มีข้ออ้างไม่ใช่หรอกเหรอคะ”
“ฮะๆๆ”เซฟิวรอธไม่ตอบคำ แต่กลับหัวเราะออกมา
“เธอนี่...ดูชั้นออกทุกรอบเลยนะเอธิท”เซฟิวรอธพูดอย่างผ่อนคลาย เปลี่ยนสรรพนามจาก “ข้า” เป็น “ชั้น” แสดงให้เห็นว่าเขายอมแพ้แล้ว
“ก็คุณชอบตามใจลูกจนเคยตัว”เอธิทว่า “ชั้นอบรมจนปากเปียกปากแฉะแล้ว พวกเขาเคยฟังกันซะที่ไหน สุดท้ายก็รั้นหนีไปโลกมนุษย์กันหมดเหมือนเดิม”
“ก็น้า~ ปล่อยๆให้ลูกเขามีอิสระบ้างซี่”เซฟิวรอธว่า
“สุดท้ายจะได้เป็นพวกชอบโยนงานให้ลูกน้องทำแบบคุณน่ะเหรอคะ?”เอธิทเอ่ยเหน็มแนม
“แค่ตอนนี้ก็ชอบโยนให้พวกสามมหาปราชญ์ทำกันเป็นว่าเล่นอยู่แล้วนี่”เซฟิวรอธหัวเราะร่า
“เฮ้อ...ชั้นล่ะสงสารพวกเซรอสจริงๆ”เอธิทสรุป
โครม!!!
“อ๊ะ!”
“พนันเลยว่าเป็นเสียงครูเอลพังประตูห้องฮาเดส”เซฟิวรอธหัวเราะหึๆ
“หา?”เอธิทกระพริบตาปริบๆ
“แล้วเดี๋ยวทั้งสองคนจะหลบออกไป ทิ้งซากประตูไว้ให้คนอื่นเก็บกวาดแหงๆ”เซฟิวรอธเอ่ย “ฮาเดสคงจะหลบออกไปอย่างเปิดเผย แต่ครูเอลคงหาอะไรไปขู่วินเซนต์ให้มาเป็นนกต่อดักทางชั้นเอาไว้นั่นแหละ”
“คุณนี่เดาใจลูกเก่งจริงๆเลยนะ”เอธิทว่า
“เดาใจพวกมัน ไม่ต่างอะไรจากเดาใจตัวชั้นเองหรอก”เซฟิวรอธตอบปัดๆ
- ณ นครจันทรา -
“อึดอัดจังแฮะ”ไอริสพึมพำ เธอถูกราชินีลูน่าจับแต่งชุดกระโปรงตั้งแต่วันแรกที่มาถึง แถมดูเหมือนพวกเฟรินจะมีชุดที่ใส่ไม่ได้อยู่เยอะ ราชินีลูน่าเลยเอามาให้เธอทีเดียวเป็นโหล ชนิดไม่รู้ว่าจะใส่ครบรึเปล่า
วูบ~
“ทำไมสังหรณ์ใจแปลกๆ”ไอริสกระพริบตาปริบๆพลางมองไปรอบๆ
......เหมือน...มีใครบางคนใช้เวทย์ตามตัวเราอย่างนั้นแหละ......
[ไม่เหมือนล่ะลูก ตอนนี้ครูอี้กำลังใช้เวทย์ตามรอยจากกางเขนไงล่ะไอรี๊สสสสสส : คนแต่ง]
ไอริสเดินอย่างเหม่อลอย จนกระทั่ง...
โครม!!!
“อ๊ะ! ขอโทษค่ะขอโทษ!!!”ไอริสรีบละล่ำละลักขอโทษ
“เอ๋? เสียงนี่...”เสียงของชายที่เธอชนนั้นช่างคุ้นหู จนไอริสอดเงยหน้าขึ้นมองไม่ได้
เบื้องหน้าของเธอเป็นร่างสมส่วนของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขามีผมสีเทาแต่ตรงปลายเป็นสีดำ ดวงตาสีน้ำเงินอมม่วงยากจะหยั่งถึงความในใจ แต่ตอนนี้กลับเบิกกว้างอย่างตกตะลึงไม่แพ้เธอเอง
“ไมออส!!!”ไอริสอ้าปากค้าง
......ใช่แล้ว...เขาคือไมออส ดีริค...หนึ่งในสิบของขุนพลเทพแห่งเฮฟเว่นนั่นเอง......
“ไอริส!!!”ไมออสเองก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน
“เธอ / นายมาทำอะไรที่นี่!!!”ทั้งสองคนเอ่ยพร้อมกัน
ชิ้ง~
“เอ้า เธอตอบก่อน”ไมออสชี้
“ชั้นหลบฮาเดสมา”ไอริสบอก
“อะไรฟระ? เพิ่งออกจากเฮฟเว่นได้ไม่กี่วัน จะออกจากเฮลอีกแล้วเราะ?”ไมออสเอ่ย
“จะบ้าเหรอนายน่ะ”ไอริสทำแก้มป่อง
เดิมที ไอริสก็เป็นถึงหนึ่งในสิบสองขุนพลเทพอยู่แล้ว และยิ่งเขาและเธอเป็นสองจากห้าในขุนพลเทพทั้งสิบสองคนที่อยู่ฝ่ายของราเอล แทนที่จะเป็นฝ่ายของพี่ชายทั้งสี่ของราเอล การจะสนิทกับไมออสย่อมเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว
...และแม้จะออกจากเฮลมา...ความจริงนั้นก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง...
“แล้วไหงมาโผล่ที่นครจันทราล่ะ?”ไมออสถาม
“ก็หมอนั่นเล่นคุมชั้นแจ ชนิดไม่ยอมให้ห่างตาเลยนี่นา มันก็อึดอัดเหมือนกันนะ”ไอริสว่า
“ฮะๆ ก็สมควรให้คุมล่ะ”ไมออสหัวเราะนิดๆ
“เชอะ”ไอริสสะบัดหน้าหนี
“หรือไม่จริง? แต่สุดท้ายถึงจะคุมขนาดไหนเธอก็ยังดอตหลบมาได้อยู่ดีไม่ใช่เหรอ”ไมออสว่า
“ก็...นะ”ไอริสยักไหล่
“แล้วนายล่ะมาทำอะไรที่นี่ ไมออส?”
“ทำงานน่ะ”ไมออสตอบเลี่ยงๆ
“งาน? ราเอลสั่งงานมหาหินมาอีกแล้วเหรอ?”ไอริสถาม
“เปล่าหรอก ที่จริงก็ไม่ได้ยากอะไร แต่งานนี้เป็นความลับแม้แต่กับเฮฟเว่นด้วยกันเองน่ะ คนที่รู้เรื่องนี้มีแต่พวกเราเท่านั้น”ไมออสว่า
“เหรอ งานที่ราเอลสั่งให้ทำเป็นการส่วนตัวสินะ”ไอริสเองก็พอจะเข้าใจเช่นกัน เรื่องความสัมพันธ์พิลึกของราเอลกับพี่ชายทั้งสี่ แม้แต่กับราชาแห่งเฮฟเว่นเองก็ตาม
“ก็นั่นแหละ ชั้นถึงต้องมาเอง”ไมออสว่า
“แล้วราเอลไปไหนล่ะ?”ไอริสไม่ซักไซร้ต่อ เพราะเห็นว่านี่มันไม่ใช่เรื่องของเธอแล้ว
“อยู่แถวๆนี้แหละมั๊ง”ไมออสถอนหายใจ
“แถวๆนี้?”
“หมอนั่นว่า “จะมายั่วอารมณ์คนน่าสนใจบางคน” น่ะสิ แล้วก็หายต๋อมไปเลย”ไมออสว่า
“คนน่าสนใจ? อย่าบอกนะว่าเป็นเฟริส ซาฟรานโน่ คนนั้นน่ะ”ไอริสอ้าปากค้าง การไปพบกับเฟริสในตอนนี้มันอันตรายถึงตายได้ทีเดียว ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่เฟริสอยู่กับเฟียร์ส ฝาแฝดคนรอง แถมในสภาพที่ทั้งสองคนพร้อมจะใช้พลังเต็มที่แล้วด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“ไม่รู้สิ”ไมออสถอนหายใจ “เธอน่ะรอดจากไอ้ความคิดประหลาดๆของราเอลได้แล้วนี่ แต่พวกเราน่ะยังต้องติดเหง็กอยู่อีกนานเลย”
“ทำเป็นพูดไปเถอะ อยู่กับราเอลยังดีกว่าอยู่กับคนอื่นแล้วกัน”ไอริสเถียง เมื่อเปรียบเทียบกับเจ้าชายทั้งสี่พระองค์ที่เหลือ
“ก็...นั่นสินะ”ไมออสยอมรับโดยดุษฐี
กิ้ง...
“ไอนี่...”
“ไอเวทย์แห่งความตาย!”ไอริสเบิกตากว้าง
“สงสัยจะมีคนมาตามเธอแล้วล่ะไอริส”ไมออสพูดกลั้วหัวเราะ
“เฮ้อ...คงงั้นแหละ”ไอริสถอนหายใจบ้าง
“เอาน่า รีบๆกลับซะดีกว่า ไม่งั้นเดี๋ยวราชาฮาเดสพิโรธเอานา”ไมออสเอ่ย
“เชอะ นายไม่รู้จักหมอนั่นดีน่ะสิถึงได้พูดแบบนั้น”ไอริสว่า
“เอ๋?”
“คนอย่างฮาเดสใจอ่อนจะตายไป ต้องลงแรงอ้อนนิดๆเดี๋ยวก็หายโกรธแล้ว อ้อ แต่ใช้ได้เฉพาะกับชั้นอ่ะนะ คิกๆ”
“เฮ้อ...ไม่เข้าใจเลยว่าใครกันที่ตาบอดมาหลงชอบสาวแก่นแก้วแบบเธอเข้าไปได้”ไมออสสรุปสั้นๆ
- ห่างจากนครจันทราไปราวๆห้าร้อยเมตร -
“เร่งเกวียนหน่อยไม่ได้รึไงไอ้โกโดม!”เฟรินว๊าก “ชั้นอยากไปหาท่านอาลูน่าจะแย่อยู่แล้วนะ”
“เกวียนเร่งได้แค่นี้แหละครับท่านเฟลิโอน่า ก็พระสหายของพระองค์เยอะเหลือเกินนี่ครับ”โกโดมเหงื่อตก
“อะไร ผิดตรงไหน หา?”คิลชักมีดขึ้นขู่โกโดม
“เปล่าคร้าบ!!!”โกโดมรีบตอบ
“เห็นเขาว่านครจันทราห้ามพูดโกหกล่ะ งั้นก็แย่สิครี๊ด”เจคตะโกนถาม
“เออว่ะ ลืมคิดไปเลย!”ครี๊ดตบหัวตัวเอง
“แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเงียบ ไม่ยอมตอบไม่ได้ไม่ใช่เหรอคะ?”สเฟียร์ว่า
“อย่าชี้โพรงให้กะรอกสิสเฟียร์”มาทิลด้าปราม
“เออ ใช่!!!”ครี๊ดตีมือตัวเอง “ขอบใจนะสเฟียร์ ลืมคิดไปเลย”
“ไม่ทันแล้วล่ะค่ะคุณมาทิลด้า”เรนอนหัวเราะแห้งๆ
“อ๊า!!! แย่ที่สุด!!!!!”มาทิลด้าร้อง พลางเอามือกุมหัวตัวเอง
“ไม่เอาน่ามาทิลด้า”โรพูดยิ้มๆ
“นายก็พูดได้สิโร นายไม่ใช่คนที่ต้องมาคุมพวกมันอย่างชั้นนี่”มาทิลด้าตอบเสียงเขียว
“ก็นอกจากเธอแล้วก็ยังมีคาโล ไหนยังจะเฟริสอีกคนไม่ใช่เหรอ”โรถาม
“พูดเหมือนจะช่วยได้งั้นแหละ”มาทิลด้าพึมพำ เพราะรู้แน่แก่ใจเลยว่าคาโลต้องคอยคุมเฟริน เพราะแค่เฟรินคนเดียวความแสบก็เหลือคณานับแล้ว ส่วนเฟริส เห็นเงียบๆแบบนี้แต่ก็ปากเสียยิ่งกว่าที่คิด ขืนให้คุมพวกครี๊ด สงสัยได้มีการทะเลาะกันเองเข้าจนได้
“งั้นก็ยังมีชั้นกับแองจี้คอยช่วยนะคะคุณมาทิลด้า”เรนอนยิ้มอ่อนโยน
......ไม่จริงอ่ะ เธอคงโดนนายนักฆ่าหัวม่วงลากไปเที่ยวตะลอนๆตามเคย ส่วนแองจี้ก็คุมได้แค่คนเดียวแหละ...... [เพราะคทาของแองจี้มีอันเดียว ฟาดหัวได้แค่ทีละคนไงล่ะครับ]
“...”คาโลเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
......ไอนี่มัน...ไอเวทย์แห่งความตาย...จากปราสาทจันทราของราชินีลูน่านี่นา......คาโลครุ่นคิด การที่เขาสามารถตรวจจับไอเวทย์แห่งความตายได้แม้จะอยู่ห่างไกลขนาดนี้ นับได้ว่าพลังของเขาเพิ่มพูนไปมากทีเดียว
“...นายก็รู้สึกสินะ...”
“เฟริส”คาโลหันไปด้านหลัง “ชั้นจับได้ก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะระบุได้ว่าเป็นใคร”
“ไอเวทย์ของท่านครูเอลน่ะ”เฟริสตอบ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@