ตอนที่ 4 : ผนึกพลัง

posted on 21 Feb 2009 19:26 by cartoon-zaiki  in Original
ตอนที่ 4 : ผนึกพลัง 

กรร!

จิ้งจอกเก้าหางกระโจนเข้าใส่ซิริสอย่างแรง เท้าหน้าเงื้อหมายจะตะปบ

ดูเชิงก่อนดีกว่าซิริสพึมพำ ใบหน้าคมนั้นแปรเปลี่ยนจากตกใจเป็นนิ่งสนิทและเย็นชา มาดที่แตกกระจายเริ่มเข้าที่เข้าทางตามเดิม ร่างสูงรีบกระโดดหลบไปบนยอดไม้

ตึง!!!

กรงเล็บของเจ้าจิ้งจอกวืดไปตะปบพื้นแทน ทำเอาพื้นหินแตกเป็นเสี่ยงๆ

แรงเยอะได้ใจซิริสยิ้มเล็กน้อย

...กรร...

แน่จริงก็ขึ้นมาสิซิริสว่า

ตึง

ผิดคาด เจ้าจิ้งจอกกลับกระโดดขึ้นมาจริงๆ มันเอาเท้าถีบพื้นเพื่อให้กระโดดได้สูงขึ้นจนอยู่ในระดับเดียวกับซิริสแล้ว

เร็วดีนะ...แต่โง่ไปหน่อยซิริสเห็นเจ้าจิ้งจอกมาอยู่ในระยะหวังผล มีดสั้นก็ถูกปาออกไปทันที เพราะในอากาศย่อมไม่มีที่ให้หลบ แถมจะเคลื่อนไหวก็ลำบากด้วย แต่เขาคิดผิด

กร๊อบ!!!

เจ้าจิ้งจอกกัดมีดสั้นที่ถูกปามาเอาไว้ แล้วขบจนหักเป็นสองท่อนคาปาก เท้าหน้าทั้งสองตะปบซิริสอีกครั้ง

ชิ!”ซิริสรีบถีบตัวลงจากต้นไม้ ปล่อยให้กรงเล็บของจิ้งจอกหักต้นไม้จนแหลกแทน

...ฮื่อ...ฮื่อ...จิ้งจอกขู่ในลำคอ

แรงเยอะ แถมฉลาดไม่เลวซิริสเอ่ยชม

......เริ่มตึงมือแล้วสิ......

......เอาไงดี......

ฟู่...

เปลวไฟสีฟ้าน้ำทะเลที่หางทั้งเก้าส่งเสียงแปลกๆ

ยุ่งล่ะซิริสพึมพำ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น สีหน้ากลับไม่เปลี่ยนซักนิด

ฟู่ว~~~

เจ้าจิ้งจอกสะบัดหางทั้งเก้า ปล่อยให้ลูกไฟพุ่งเข้าใส่ซิริส

จิ้งจอกเก้าหางใช้เวทย์ได้นี่นะซิริสกระโดดหลบไปทางซ้าย แต่คาดไม่ถึง เปลวไฟกลับหักโค้งตามเขามาอีกเนี่ยสิ!

ไฟยังเป็นชนิดติดตามอีก เซ็งจริงๆซิริสแบะปากเล็กน้อย

......ไม่ได้อยากเอาจริงกับจิ้งจอกเลยนะเว๊ย แต่มันสุดทนแล้วฟร่ะ!!!......

เว็ตเตอร์เรนซิริสโบกมือ

ซ่า...

สายฝนชุ่มฉ่ำเทลงมาอย่างแรง ทั้งๆที่ไม่มีเค้าว่าฝนจะตกเลยแต่น้อย ขนาดเมฆซักก้อนยังไม่มี

ที่ไม่อยากใช้เพราะมันเปียกนี่แหละซิริสถอนหายใจ ฝนเวทย์ที่เสกลงมาได้ดับไฟไปหมดแล้ว แถมยังทำให้ตัวของเจ้าจิ้งจอกเก้าหางเปียกมะล่อกมะแล่กจนใช้ไฟไม่ได้อีก [ชักหมั่นใส้พระเอกขี้เก๊กขึ้นมาตงิดๆ]

ฮะๆๆๆ เปียกยิ่งกว่าลูกหมาตกน้ำอีกนะแกซิริสแหย่

กรร!!!”

อะไร? แค่นี้มีเคืองกันด้วยซิริสยิ่งใส่ไฟทั้งๆที่หน้านิ่งๆ

แฮ่!!!!!!!!”เจ้าจิ้งจอกดูจะเหลืออด ร่างใหญ่โตของมันพุ่งเข้าใส่ซิริสอย่างรวดเร็ว

อะไรกันว้า...โกรธง่ายจริงซิริสยิ้มกว้าง

......ติดกับ!......

วิ้ง!!!

ฉับพลัน พื้นหินข้างหน้าซิริสก็เปล่งแสงสว่างวาบ ทำเอาเจ้าจิ้งจอกที่กระโจนเข้ามชะงัก แต่ด้วยความเร็วขนาดนั้นจะให้หลบก็ไม่พ้นแล้ว

เช็กเมท [รุกฆาต]”

เปรี๊ยง!!!!!

สายฟ้าฟาดลงมาอย่างรุนแรง ถูกร่างของเจ้าจิ้งจอกจนมันชาไปทั้งตัว

เวทย์สายฟ้าเนี่ย มันควบคุมยาก แถมจะเล็งเป้าที่เคลื่อนไหวเร็วๆอย่างแกคงยาก เพราะงั้นมันก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมกันหน่อยล่ะซิริสงัดปลอกคอแปลกๆขึ้นมา แล้วล็อคเข้าที่คอของจิ้งจอกเก้าหางอย่างรวดเร็วกรร!!!”ดูเหมือนมันจะไม่พอใจหนัก ร่างใหญ่โตพุ่งเข้าใส่ซิริสในระยะประชิด

พลั่ก!

ซิริสคาดไม่ถึงว่าเจ้าจิ้งจอกจะไม่ทรุดลงจากเวทย์สายฟ้าของเขา จึงโดนมันกระแทกเข้าที่ท้องน้อยอย่างแรงจนกระเด็นไถลไปไกล

ตึก

ร่างสูงเอามือยันพื้นแล้วดีดตัวขึ้นมาได้ แต่เท้าก็ยังครูดไปด้านหลังยาวพอควรจากแรงกระเด็นที่เจ้าจิ้งจิกกระแทกใส่

แค่กๆ...แรงดีไม่เลวนี่ซิริสปาดเลือดออกจากมุมปาก

กรร!!!”

เออๆ พยศเข้าไปเถอะ แต่แกจะพยศได้ซักกี่น้ำกันซิริสเดือดจัดที่โดนเล่นงาน เด็กหนุ่มหยิบลูกแก้วสีขาวนวลขึ้นมาถือไว้ในมือ

ธันเดอร์ โบลธซิริสร่ายเวทย์ใส่ลูกแก้ว

เปรี๊ยะๆๆๆๆๆ

สายฟ้าแล่นจากฝ่ามือของซิริสเข้าไปอยู่ในลูกแก้ว และท่ามกลางความคาดไม่ถึง สายฟ้านั่นกลับถูกส่งไปยังปลอกคอที่เจ้าจิ้งจอกสวมอยู่อย่างแรง

เอาล่ะ ช่วยยอมจำนนดีๆได้รึยัง เดี๋ยวชั้นจะจับแกกลับไปเขตแดนของปิศาจ จะได้ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับเมืองมนุษย์อีกซิริสว่า แต่แทนที่มันจะยอมจำนนแต่โดยดี มันกลับยิ่งขู่กระโชกเข้าไปอีก

อะไรกัน แกฟังภาษามนุษย์รู้เรื่องไม่ใช่รึไง บอกแล้วไงว่าชั้นจะพาแกกลับบ้าน ไม่ฆ่าแกหรอกน่าซิริสชักงง

...กรร...เจ้าจิ้งจอกขู่ซิริส ขนทั้งร่างพองฟู แสดงออกว่าไม่พอใจหนัก

ชะ เป็นแค่ปิศาจกลับเรื่องมากซะอีก อยากอยู่นักรึไงเขตของมนุษย์เนี่ย ถึงอาหารแกจะเยอะแต่มันก็ไม่ใช่บ้านของแก ไม่มีที่ไหนที่อยู่ได้สุขใจเท่าบ้านตัวเองหรอกน่าซิริสส่ายหัว

...แฮ่...

เฮ้อ เรื่องมากจริง คนเขาง่วงนะเนี่ย เอาเป็นว่าแกจะไม่พอใจยังไงแต่ชั้นก็ต้องจัดการละกันซิริสก้าวเท้าเข้ามาใกล้จิ้งจอกปิศาจ

ในนามแห่งผู้ใช้เวทย์ ซิริส ฟอร์ด ขอทำการผนึกพลังปิศาจตนนี้เสีย!!!”ซิริสตะโกน

วิ้ง...

ซู่ม!!!!!!!

ไอปิศาจหนาแน่นจำนวนมากไหลออกจากร่างของเจ้าจิ้งจอกเก้าหาง พลังทั้งหมดจับตัวกันเป็นลูกเพลิงสีฟ้าน้ำทะเลตามไฟที่ปลายหางของเจ้าจิ้งจอกปิศาจ ก่อนจะพุ่งเข้ามาที่ลูกแก้วในมือซิริส ลูกไฟนั้นห้อมล้อมลูกแก้วสีใส และหลอมรวมเข้ากับตัวลูกแก้วจนทำให้ลูกแก้วเปลี่ยนสีไป กลายเป็นสีเดียวกับลูกไฟนั้นไม่มีผิด แต่ยังคงความใสสะท้อนแสงของลูกแก้วดั้งเดิมเอาไว้

ผนึกพลังเรียบร้อยซิริสแยกเขี้ยว เท่านี้แกก็...เฮ้ย!!!!!”

ตรงหน้าเขา แทนที่จะเป็นเจ้าปิศาจจิ้งจอกเก้าหางจอมเรื่องมากตัวเดิม มันกลับกลายเป็น...

_______________________________________________________________

ตอนที่ 3 : เริ่มงาน!!!

posted on 01 Feb 2009 00:16 by cartoon-zaiki  in Original

ตอนที่ 3 : เริ่มงาน!!!

 

ซิริส~ ทำไมกลับมาช้าจังอ่า~~~”ภูติน้อยถาม

เฮ้ เดี๋ยวชั้นจะไม่อยู่บ้านนะซิริสพูดสั้นๆ เด็กหนุ่มก้มลงไปค้นๆหีบใส่ของสะสมของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย

เอ๋ งานเหรอ?”

อือ งานหนักด้วย แต่ค่าตอบแทนดีเลยรับทำซิริสยักไหล่

โอเคๆ แล้วจะไปกี่วันล่ะคราวนี้?”ภูติน้อยถามอีก

ไม่แน่อ่ะ บอกเวลาแน่นอนไม่ได้เหมือนกันซิริสยังคงค้นของต่อไป ช่วงที่ชั้นไม่อยู่ ฝากเฝ้าบ้านด้วยละกันนะ

ได้ๆ แล้วนั่นกำลังคนอะไรอ่ะ?”

รองเท้าท่องนภา ชั้นว่าชั้นเก็บเอาไว้ในนี้แหละ

รองเท้าท่องนภา เป็นหนึ่งในไอเทม

อ๋อ ไอ้รองเท้าปีกทองอ่ะนะภูติน้อยว่า แต่เท่าที่ข้าจำไม่ผิด ครั้งสุดท้ายไม่ใช่ว่าเจ้าเอาไปแขวนไว้ที่ประตูหลังบ้านหรอกเหรอ?”

อ้าว แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะเนี่ยซิริสหัวเสียน้อยๆ

น้อยๆหน่อย เจ้าไม่ได้ถามข้าด้วยซ้ำภูติน้อยทำแก้มป่อง

เออๆ ชั้นผิดเองแหละซิริสโบกมือน้อยๆ ร่างสูงรีบวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อหารองเท้าทันที

   

ฟิ้ว...

ตอนนี้ร่างสูงโปร่งของซิริสกำลังทะยานอยู่เหนืองท้องฟ้ายามราตรี รองเท้าท่องนภาคือหนึ่งในไอเทมของสะสมของซิริสที่เขาได้มันมาจากการประมูลใต้ดิน

แน่ล่ะว่าถ้าเป็นที่อื่นคงโดน ซิว ไปแล้ว แต่ที่มิดเดิล ฟรอนเทียร์ เมืองไร้กฎหมายเช่นนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอแม้แต่การฆ่ากันกลางถนน [ในกรณีที่คนทำไม่กลัวโดนซิริส สอย เอาล่ะก็นะ] เพราะงั้นการประมูลใต้ดินจึงมีได้บ่อยครั้ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับของที่นำมาประมูลด้วยแหละ

เมืองบาร์น ชายแดนรัฐกราเซียซิริสทวนสถานที่ที่จะไปกับตัวเอง

ให้ตายสิ...ปิศาจจิ้งจอกเนี่ยนะ

ปิศาจจิ้งจอก ในหมู่ปิสาจด้วยกันนั้นถือเป็นปิศาจชั้นสูงที่มีพลังค่อนข้างมาก ฉลาดหลักแหลม เจ้าเล่ห์ และร้ายกาจอย่างมน่าเชื่อ แถมยังเป็นปิศาจที่สามารถใช้เวทย์ได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่างานคราวนี้ไม่เบาเลยทีเดียว ถึงซิริสจะสามารถทำได้จริงๆก็คงได้แผลซักแผลสองแผลแน่ นั่นทำให้เขาไม่ชอบใจเท่าไหร่ [แต่มันไม่เคยคิดหรอกว่าถ้าเป็นคนอื่น ร้อยทั้งร้อยก็ตายเรียบ]

ขออย่าให้เป็นจิ้งจอกเก้าหางเลยก็แล้วกันซิริสพึมพำ

ปิศาจจิ้งจอกยังแบ่งได้อีก 2 ประเภท คือปิศาจจิ้งจอกธรรมดา กับจิ้งจอกเก้าหาง ซึ่งจิ้งจอกเก้าหางนั้นจะมีความสามารถเหนือกว่าปิศาจจิ้งจอกธรรมดาเกือบๆ 10 เท่า และยังมีข่าวลือว่าปิศาจพวกนี้เป็นปิศาจเลือดบริสุทธิ์ที่สามารถแปลงกายเป็นคนได้อีกต่างหาก ถึงจะไม่มีใครเคยเห็นร่างแปลงของปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง แต่ซิริสเองก็ไม่ได้อยากเป็นผู้ประเดิมรายแรกหรอกนะ!!!

เอาวะ ถ้าทำพลาดล่ะขายหน้าวาสอันดับหนึ่งหมดซิริสแบะปาก

   

- อีกด้านหนึ่ง -

ที่บาร์เหล้า ชาร็อต สถานที่ที่ซิริสเพิ่งได้พบปะพูดคุยและรับงานจากเกรย์ เดอ เอลฟาร์ หลังจากที่ซิริสร่ายเวทย์ใส่เกรย์เสร็จเด็กหนุ่มก็รีบจากไป ส่วนเกรย์กลับเดินกลับเข้าไปในบาร์ แล้วตรงไปพูดคุยบางอย่างกับเจ้าของบาร์เหล้า เจ้าของบาร์ก็พยักหน้ารับและเปิดให้เกรย์เดินเข้าไปในห้องใต้ดินลับของร้าน

ภายในห้องใต้ดิน ไม่มีแสงสว่างจากหลอดไฟ เพราะใต้ดินนี้ใช้ไฟเป็นตัวให้แสงสว่างแทน แท่นคบเพลิงเรียงรายเต็มสองฟากผนัง สะท้อนแสงให้ห้องดูสว่างไสว

ท่านว่าเจ้าหนุ่มนั่นมันจะทำสำเร็จเหรอ ท่านเกรย์ชายคนหนึ่งถาม

และในห้อง นอกจากเกรย์และเขาแล้ว ยังมีคนอื่นๆอยู่อีกราวๆสามถึงสี่คน และน่าแปลกที่ทุกคนล้วนแต่งกายด้วยชุดนักเวทย์มนต์ชั้นสูงทั้งนั้น แม้จะเป็นคนละสีกันก็ตาม

เกรย์ไม่ยอมตอบคำ กลับหันไปรับชุดคลุนักเวทย์สีเทาอ่อนๆจากนักเวทย์อีกคนมาสวม ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ประธาน เป็นอันครบองค์ประชุม

สมคำเล่าลือจริงๆ...ซิริส ฟอร์ด...คนนั้นเกรย์พูดสั้นๆ

เก่ง?”เสียงหวานของนักเวทย์ในชุดคลุมสีขาวถาม

ใช่...เก่ง...มากจนน่ากลัวเกรย์ตอบ

มันจะขนาดไหนกันเชี้ยวชายหนุ่มในชุดคลุมสีน้ำตาลว่า

เด็กคนนั้นสามารถแก้กับดัก ค่ายกลวายุ ของข้าได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แถมยังสามารถมองมาเห็นข้าที่ใช้ เกราะสายลม กำบังกายอยู่ได้ด้วยเกรย์ตอบ

หา!?!”

เก่งกาจ...เด็ดขาด...และน่ากลัวเกรย์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นน้อยๆ

ตั้งแต่เขาเข้ารับราชการเป็นนักเวทย์...จนกระทั่งกลายเป็นหนึ่งใน ผู้ใช้พลังธาตุวายุ ได้สำเร็จ ไม่เคย...ไม่เคยมีซักครั้งที่จะเป็นเช่นนี้

นอกจากเขาที่เป็นหนึ่งในสิบนักเวทย์สายวายุขั้นสุดยอดแล้ว ทุกคนในที่นี้ก็เป็นนักเวทย์ที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ตามพลังธาตุของตัวเองเช่นกัน เขาจึงไม่รู้สึกเสียหน้าที่จะพูดออกไปว่านักเวทย์ขั้นสูงอย่างเขาจะมาแพ้ให้กับ...เด็กหนุ่มหน้าอ่อนคนหนึ่ง

เกรย์ย้อนคิดไปถึงตอนที่เขาปรากฎตัวออกมา แววตาของซิริสในตอนนั้นไม่ได้มีแค่ความไม่ไว้วางใจ แต่มันกลับแฝงไปด้วยรังสีคุกคามอย่างประหลาด ไม่ว่าเจ้าตัวจะรู้หรือไม่ แต่รังสีนั้นกลับทำให้เกรย์ไม่กล้าที่จะโกหกออกไปเลย อีกทั้งเวทย์สายฟ้าที่ซิริสใช้ หากว่าเขาไม่เก่งพอล่ะก็...มีหวังได้ถูกช็อตจนเกรียมไปทั้งตัวแน่ๆ

มันก็แค่เด็ก จะไปกลัวอาไร๊ชายหนุ่มในชุดสีแดงเพลิงว่า

อย่าประมาทดีกว่านะ อย่าลืมว่าเขาเป็น วาส อันดับหนึ่งของเมืองเถื่อน มิดเดิล ฟรอนเทียร์นะหญิงสาวในชุดคลุมสีฟ้าอ่อนๆกล่าว

ก็นั่นแหละ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไว้วางใจไอ้เด็กนั่นนี่ชายในชุดคลุมสีแดงฮึดฮัด

ระวังคำพูดหน่อยดีกว่า...เพราะถึงเจ้าจะเก่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เก่งกว่าเจ้าเกรย์เตือนจากใจจริง   

- เมืองบาร์น -

ตึก!

ร่างของเด็กหนุ่มกระโดดลงมายืนอยู่บนผืนดินอีกครั้ง หลังจากผ่านการเดินทางบนท้องฟ้ามาค่อนคืน

ฮ้าวววว ง่วงจังซิริสหาวหวอดพลางมองท้องฟ้าที่เริ่มเป็นสีม่วงเพราะพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว

ไปหาที่พักเอาแรงก่อนดีกว่าเราซิริสพึมพำๆ แต่...

กรร...

......เอาแล้วไง...เพิ่งเข้ามาก็เจอเลย......

......ทำไมต้องมาแจ๊คพอตแตกเอาตอนที่ไม่อยากได้ที่สุดด้วยว้า......

ฟิ้ว...

กลิ่นอายพลังเวทย์มนต์ปลิวว่อนไปทั่ว มวลอากาศรอบบริเวณกำลังสั่นไหวอย่างแรงจนซิริสขมวดคิ้ว

แกคือ...ปิศาจจิ้งจอกที่มาอาละวาดแถวนี้ล่ะสิซิริสพูดช้าๆ

ตึก

ร่างใหญ่โตของปิศาจจิ้งจอกตัวหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดของถนน ขนาดของมันใหญ่กว่าจิ้งจอกธรรมดาพอสมควร เทียบได้กับสิงโตตัวใหญ่ๆซักตัว ขนของมันเป็นสีเงินสว่างทั้งตัว และแน่นอนว่าสิ่งแรกที่ซิริสสังเกตต้องเป็นหางของมัน

......ซวย!......

......จิ้งจอกเก้าหาง!!!......ซิริสโวยวายกับตัวเองในใจ เพราะหางของจิ้งจอกสีเงินตัวใหญ่ตรงหน้าเขามันดันมีเก้าหางตามที่เขากังวล ปลายหางทั้งเก้ามีลูกไฟสีฟ้าน้ำทะเลแปลกๆติดอยู่ ดวงตาสีเดียวกับเปลวไฟที่หางของเจ้าจิ้งจอกหรี่ลงจ้องมองซิริสไม่วางตาเช่นกัน

ว้า...ทำไมแกต้องเป็นจิ้งจอกเก้าหางด้วยนะซิริสแบะปาก

ควับๆ

ร่างสูงโปร่งยังไม่ชักดาบยาวที่พาดหลังอยู่ กลับชักมีดสั้นสองเล่มจากข้างเอวขึ้นมาแทน

แต่ไม่เป็นไร...หางมันมากนักงั้นเดี๋ยวชั้นช่วยตัดให้มันเหลือหางเดียวก็เรียบร้อย!!!”

_______________________________________________________________

ตอนที่ 2 : ผู้จ้างวาน

posted on 01 Feb 2009 00:15 by cartoon-zaiki  in Original
ตอนที่ 2 : ผู้จ้างวาน 

- บาร์ชาร์ร็อต -

แกร๊ก

ซิริสเปิดประตูหลังร้านออกมาเนื่องจากขี้เกียจอ้อม และไหนเจ้าของบาร์ยังเคยเป็นคนที่เขาให้การช่วยเหลือมาก่อน เพราะงั้นถึงจะเป็นคำขอประหลาดๆอย่างการขอออกหลังร้าน แต่เจ้าของบาร์ก็ไม่ได้ซักถามอะไรมากเลย

...นายท่าน...ภูติน้อยคราง

เอาน่า มาถึงนี่กันแล้วยังคิดจะถอยหลังอีกรึไง?”ซิริสโบกมือไปมาในอากาศ

ถึงผมพูดท่านก็ไม่ฟังหรอกภูคิน้อยบ่นอุบอิบ

งั้นกลับไปเฝ้าบ้านให้ทีดิซิริสสั่ง

คร้าบ คร้าบ

ฟิ้ว...

ภูติน้อยบินฉิวจากไป

เอ้า ตัวเกะกะไปแล้ว คงจะออกมาได้แล้วล่ะนะผู้ว่าจ้างซิริสพูดลอยๆ

ฟิ้ว...

สายลมแปลกๆพัดวูบผ่านร่างของซิริสไปเบาๆจนแทบไม่รู้สึก แต่ซิริสกลับกระโดดตัวปลิวหลบสายลมบางเบานั้นมิให้กระทบตัว

ฉับ!

สายลมเบาๆนั้นกลับสามารถตัดลังไม้ที่ซิริสยืนพิงอยู่เมื่อครู่ให้ขาดเป็นสองท่อนได้ในครั้งเดียว ทำเอาซิริสอดทึ่งกับฝีมือของอีกฝ่ายไม่ได้

ฟิ้ว...นานแล้วนะเนี่ยที่ไม่ได้มีผู้ว่าจ้างเป็นนักเวทย์เนี่ยซิริสผิวปาก ร่างสูงโปร่งถีบตัวกลางอากาศ ทำให้ชายหนุ่มพุ่งลงดิ่งพื้นอย่างรวดเร็ว สร้างความตกใจให้แก่ผู้ที่ซ่อนอยู่ยิ่งนัก

...ธันเดอร์แลนซ์...ซิริสพึมพำเบาๆ

เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ

ถ้าผู้จ้างวานไม่ออกมา แล้วจะสั่งงาน...

เปรี๊ยง!!!!!

...ได้ยังไงล่ะ!”

ตุบ

ร่างของซิริสลงมายืนกับพื้นอย่างงดงาม และยังมีอีกร่างที่โดนสายฟ้าไล่ต้อนจนต้องออกมาจากที่ซ่อนอีกหนึ่งราย

ฝีมือเยี่ยม...ฝีมือเยี่ยมชายหนุ่มเอ่ยชม สมกับที่เป็นวาสอันดับหนึ่ง ที่ลงทุนสืบข่าวไปไม่ขาดทุนแม้แต่น้อย

ท่านคือผู้จ้างวาน...เกรย์ เดอ เอลฟาร์...งั้นสิซิริสหรี่ตาลงอย่างไม่ไว้วางใจ เพราะชายตรงหน้าดูหนุ่มกว่าที่เขาคิดไว้มาก

ทำไมทำหน้าแบบนั้นเล่า?”ชายหนุ่มถาม

ท่านดูหนุ่มเกินกว่าจะฝึกเวทย์นั้นได้อย่างเชี่ยวชาญ นอกจากท่านจะเป็นอัจฉริยะ ซึ่งมันไม่เป็นความจริงหรอก ใช่มั๊ยล่ะ?”ซิริสว่า

ไหวพริบไม่เลวทีเดียว ถูกใจข้าจริงๆชายหนุ่มยิ้ม แล้วทำไมไม่คิดว่าข้าเป็นอัจฉริยะกันล่ะ

เพราะท่านบอกว่า ที่ลงทุนสืบข่าว หมายความว่าท่านไม่ได้หาที่อยู่ชั้นด้วยตัวเอง และอีกอย่าง...ซิริสถอนหายใจ ...พวกอัจฉริยะมักจะมีความคิดพิลึกๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าจะมีความสามารถมากจนจัดการเรื่องต่างๆด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องมาพึ่งวาสอย่างชั้น

พวกอัจฉริยะแบบเจ้างั้นสิเกรย์หัวเราะร่วน

ชั้นไม่กล้าอวดอ้างว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะหรอก แต่ถ้าท่านคิดแบบนั้นก็ไม่ขัดซิริสยิ้มเจ้าเล่ห์

แบบนี้จะไม่เรียกว่าอัจฉริยะได้ยังไง ฮะๆๆๆๆๆเกรย์หัวเราะงอก่องอขิง

เอาล่ะๆ เจ้าคิดถูกต้องแล้ว...ถ้าดูตามหน้าตาแล้วข้าคงดูหนุ่มเกินกว่าจะฝึกเวทย์ที่รุนแรงขนาดนั้นได้ แต่เจ้ารู้มั๊ยว่า...ข้าอายุเท่าไหร่?”

ดูจากหน้าตาแล้วคงไม่เกินยี่สิบห้าซิริสหรี่ตาลง แต่ท่านเป็นนักเวทย์...คงมียาลดอายุตัวเองสินะ

ฮะๆๆๆๆๆ รอบรู้ถูกใจข้าจริงๆด้วยเกรย์หัวเราะ ข้าอายุ 78 ปีแล้ว

“78 ปี?”ซิริสเบิกตากว้าง

แต่เจ้าก็เก่งใช่ย่อยนะ เวทย์มนต์ที่ข้าอุตส่าห์ฝึกมาถึง 10 ปีกลับถูกแก้เกมส์เอาง่ายๆแบบนั้นเกรย์เอ่ยชม

ท่านเกรย์ ไม่ทราบว่านักเวทย์สายลมพลังสูงส่งแบบท่าน ทำไมถึงคิดว่าจ้างข้าซะอย่างนั้นล่ะ?”ซิริสถาม

เพราะข้าได้ข่าวมาว่าเจ้าเป็นวาสอันดับหนึ่งที่เก่งกาจที่สุดในโลกน่ะสิเกรย์ตอบ

ไม่ใช่ในโลกนะท่าน แค่ในมิดเดิล ฟรอนเทียร์เท่านั้นซิริสตอบ

แต่ที่มิดเดิล ฟรอนเทียร์ก็เป็นแห่งรวมผู้มีฝีมือ ถ้าเจ้าเก่งที่สุด ก็หมายความว่าเก่งกาจที่สุดในโลกแล้วเกรย์ค้าน

ก็บางที คนที่เก่งกว่าข้าอาจจะไม่ได้อยู่เมืองนี้ไงซิริสไหลไปเรื่อย

เฮ้อ...คนจะชมก็ไม่ชอบ พิลึกจริงๆนะเจ้าเกรย์ถอนหายใจ

จะถือว่านั่นเป็นคำชมนะซิริสแยกเขี้ยวน้อยๆ

เอาล่ะ มาว่าเรื่องงานกันดีกว่าสินะเกรย์พูด รอยยิ้มหายไปจากใบหน้ากลายเป็นแววตาเคร่งเครียดเข้ามาแทน

ก็ว่าไปเลยท่านซิริสผิวปากหวืด

ตอนนี้แถวเมืองของข้า มีปิศาจจิ้งจอกตัวหนึ่งเข้ามาวุ่นวาย งานของเจ้าก็ง่ายๆ แค่จัดการมันซะเกรย์ว่า

จัดการปิศาจ?”ซิริสทวนคำ

ใช่เกรย์พยักหน้ารับ

ข้าไม่ค่อยชอบงานแบบนี้ซิริสปฏิเสธ

ทำไมล่ะ?”เกรย์ขมวดคิ้ว

ข้าไม่ชอบยุ่งเรื่องเวทย์มนต์

ทั้งๆที่เจ้าใช้เวทย์ได้ และยังเป็นเด็กอัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบร้อยปี?”เกรย์ถาม

สืบข่าวมาดีนะท่านเกรย์ซิริสหัวเราะน้อยๆ ใช่ ข้าเป็นเด็กอัจฉริยะที่หาได้ยากในรอบร้อยปี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าต้องเก่งเวทย์ขนาดนั้นซักหน่อย

หมายความว่ายังไง?”

ข้าน่ะ มันพวกไม่ชอบเรื่องยุ่งยากไงล่ะท่านเกรย์ เพราะงั้นเวลาต่อสู้นะ เอาดาบเข้าว่ายังดีกว่าเวทย์เสียอีก ยุ่งยากน่ารำคาญ ข้าไม่ชอบซิริสบอก

ไม่ชอบเรียนเวทย์มนต์? เสียดายสมองแย่เกรย์ยิ้มบาง

ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบเรียน ข้าเรียน และก็รู้เวทย์แตกฉานด้วย แต่พอดีว่าคนมันไม่ชอบใช้น่ะท่านซิริสว่า

มีของดีไม่รู้จักใช้จริงๆเกรย์พึมพำ

ก็เรื่องของข้านี่นา ข้าไม่ชอบก็คือไม่ชอบใช่ป่ะล่ะซิริสฉีกยิ้ม และการกำจัดปิศาจน่ะ ฟังยังไงๆมันก็เกี่ยวกับโลกเวทย์มนต์กับโลกปิศาจอยู่แล้ว ถึงจะเก่งมาจากไหนแต่การจัดการกับปิศาจจิ้งจอกโยไม่ต้องใช้เวทย์ซักบทน่ะทำไม่ได้แหงๆ

แล้ว...ถ้าของตอบแทนเป็นไอ้นี่ล่ะเกรย์ล้วงคริสตัลบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ

ตัวคริสตัลนั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนเล็กๆ สีน้ำเงินสดเปล่งประกายงดงาม เมื่อซิริสเห็นคริสตัลนี้ก็เบิกตากว้างอย่างตกตะลึงโดยไม่คิดซ่อนอาการเลย

คริสตัลแห่งกาลเวลา!?!”

ซิริสมีนิสัยประหลาดอย่างหนึ่งคือ ถึงจะไม่ชอบการใช้เวทย์มนต์ แต่กลับชอบสะสมของแปลกๆหายากๆ บางทีก็เป็นดาบที่หายสาปสูญไปแล้ว บางทีก็เป็นไอเทมเวทย์มนต์ และสิ่งที่เกรย์เอามานั้นก็คือหนึ่งในแรร์ไอเทมที่นักเวทย์ต่างอยากได้กันนักหนา คริสตัลแห่งกาลเวลา คริสตัลที่มีคามสามารถในการย้อนกลับไปดูอดีตคองคนอื่นได้ตามแต่ผู้ใช้จะเอ่ยนามออกไป และมันคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าศัตรูเอามาใช้สืบเสาะหาประวัติของตัวเอง แต่ถ้าเราเป็นคนใช้เสียเองก็จะได้ประโยชน์มาก จึงมีคนแย่งชิงกันมานานจนกลายเป็นแรร์ไอเทมไป

ใช่...ของสืบทอดของตระกูลเดอ เอลฟาร์...คริสตัลแห่งกาลเวลาเกรย์ยืนยัน ของจริงแท้แน่นอน ไม่เชื่อเจ้าลองเอามันไปสัมผัสจะรู้สึกถึงพลังของมัน

ไม่จำเป็น แค่อยู่ตรงนี้ก็รู้สึกแล้วซิริสส่ายหัว

......ไม่เลวเลยจริงๆ...แม้จะยืนอยู่ตรงนั้นยังสัมผัสถึงพลังได้......เกรย์ลอบยิ้มในใจ

......แล้วยังมีพลังเวทย์ระดับนั้นอีก......

......คนแบบนี้แหละ...เหมาะสมที่สุด......

แต่ข้าสงสัยว่าท่านทราบได้ยังไงว่า...คริสตัลกาลเวลานั่น...เป็นของที่ข้าใช้เวลาสืบเสาะหามันอยู่นานแล้วซิริสถาม

เจ้าบอกเองนี่ว่าสายข่าวข้าดีเกรย์ย้อน

เฮ้อ เอาล่ะๆ ข้ายอมแพ้แล้วซิริสยกสองมือยอมแพ้ แต่ข้าจะแน่ใจได้ยังไงว่าถ้าข้าจัดการปิศาจจิ้งจอกนั่นให้ ท่านจะยกคริสตัลนั้นให้ข้าจริงๆ

ขอรับประกันด้วยหัวของข้าเลยเกรย์ยิ้ม ข้าน่ะแก่แล้ว ไม่ต้องการคริสตัลนี้หรอก

เสียดายที่ข้าไม่ใช่คนที่เชื่อคนอื่นง่ายๆหรอกนะซิริสหรี่ตาลง

งั้นเอาอย่างนี้มั๊ยล่ะ ข้าจะให้เจ้าร่ายเวทย์กักขังพลังเวทย์ของข้าเอาไว้ ถ้าข้าไม่ยอมมอบคริสตัลให้ตามสัญญา ข้าก็ไม่สามารถใช้เวทย์ได้อีกตลอดชีวิตเกรย์ยื่นข้อเสนอ

......จอมเวทย์ระดับนี้...กลับยอมให้กักพลังเวทย์ของตัวเองง่ายๆ?......

......บางที...เราอาจจะ......

ข้า...ตกลง

_______________________________________________________________